ดื่มกับอาร์แซน

หลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาหันไปถามผู้รายงานข่าวฝรั่งด้านข้างว่า แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ของคุณคือผู้ใดกัน?

ด้วยอาการออกจะออกนิดๆแสดงให้รู้ว่าแพทย์คงจะเป็นแฟนบอลมิดเดิ้ลสโบรช์ หรือไม่ก็คงจะรังเกียจอาร์เซน่อลเพราะส่งเสียงให้ได้ยินเมื่อใดก็ตาม โบโร่ ได้บุก

"โก๊ อ้อน, โก๊ อ้อน (Go on, go on)"

คำตอบที่ออกจากปากแพทย์คือ "เบน กิ๊บสัน วันนี้เล่นดีมาก เข้มแข็งจริงๆ"

กำแพงหลังวัย 23 ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับการจำต้องต่อกรแนวรุกพระกาฬของเจ้าถิ่น

ทางนี้เลยแอบมีความเห็นไปว่า "อดาม่า ตราโอเร่ ก็เล่นดีมากเหมือนกันนะ"

"ใช่ๆใช่จริงๆเขาก็เล่นดีมากอีกคน"

ทั้ง เบน กิ๊บสัน และ อดาม่า ตราโอเร่ เป็นสองคนที่สื่อเจ้าต่างๆมอบรางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ให้

อย่าง บีบีซี ชี้นิ้วไปที่อดาม่าสมัยก่อนเด็กปั้นบาร์ซ่าเพราะมีส่วนร่วมกับการบุกของทีมราชสีห์แดงทุกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมสวนกลับที่อาศัยความแข็งแรงและความเร็วก่อปัญหาให้ทั้ง โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ และ ชโคดราน มุสตาฟี่ ตลอดเกม

ส่วนกิ๊บสันเป็นชื่อที่น่าดึงดูดในตำแหน่งกำแพงหลังตัวกลาง อายุยังไม่มากมาย และปีนี้น่าจะเป็นปีที่ได้แสดงฝีเท้าให้เห็นจริงๆสักทีหลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ รวมทั้งทีมชาติอังกฤษชุด ยู-21

กิ๊บสัน ไม่ธรรมดา เพราะคุณลุงของเขาคือ สตีฟ กิ๊บสัน เจ้าของสโมสรมิดเดิ้ลสโบรช์เองนี่แหละ

ทว่าฝีเท้าและฟอร์มการเล่นบอกชัดว่ามาอยู่จุดนี้ได้ไพเราะตัวเอง ไม่ใช่เด็กเส้นของผู้ใดกันที่ใด

อีกคนที่อาจถูกมองข้ามไปบ้างในเกมนี้คือ บิคโคนร์ บัลเดส

บัลเดสลือชื่อเรื่องก่อข้อผิดพลาดในเกมอยู่เรื่อยๆ แม้จะมีชอตเซฟงามๆแต่ว่าในการมาเยี่ยม เอมิเรตส์ เขาเล่นเจริญมากเซฟยอดเยี่ยมๆออกมาตัดบอลถูกจังหวะตลอด

ทั้งสามคนคือ นายทวาร กองหลังตัวกลาง และ ปีก เล่นได้โดดเด่น โน่นแสดงได้อย่างดีถึงรูปเกมของนัดหมายนี้

ก่อนมาเยี่ยมรังปืน มิดเดิ้ลสโบรช์ ของ ไอโคนร์ การันก้า ผลงานห่วยมาตลอดนับจากบุกชนะ ซันเดอร์แลนด์ ในเกมศักดิ์ศรีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นัดหมายก่อนก็โดนวัตฟอร์ดบุกสอยคาบ้าน

ก็เลยเกิดเรื่องที่รู้เรื่องได้อย่างง่ายดายที่สุดว่าทำไมกุนซือเลือดบาสก์

มิดเดิ้ลสโบรช์มาเพื่อรับแล้วสวนกลับ อาศัยกองหน้าประสบการณ์อย่างอัลบาโร่ เนเกรโด้, เชิงชั้นของ กาสตอน ราไม่เรซ และความเร็วของ อดาม่า ตราโอเร่

การแพ็กเกมรับทำได้แน่นมาก ลงมาเร็ว ทิ้งเพียงแค่เนเกรโด้ไว้เพียงแค่ผู้เดียว นักเตะอาร์เซน่อลคนไหนกันเล่นช้าไม่ออกบอลในจังหวะแรกหรือจังหวะสอง เป็นอันว่าอดกิน

อเล็กซิส เอย, โอซิล, วัลค็อตต์, อิโม้บี เอย ได้บอลหนโดนรุมล้อม 3-4 คนในทันที ยากที่จะเล่นในเกมที่คู่แข่งขันมาเพื่อมีแต้มแบบงี้

ครองบอล 75% ไม่มีประโยชน์ อย่างที่เวนเกอร์ว่าไว้ ฟุตบอลสมัยใหม่ใส่แท็กติกลงไป ครองบอลมากมายไม่ได้หมายความว่ามีโอกาสชนะมากมายกว่า

ช่องทางยิงการยิงตรงกรอบของทั้งคู่ทีมใกล้เคียงกันมาก แถมเซฟที่น่าตื่นเต้นเป็นทางฝั่ง ปีเตอร์ เช็ก ที่ดูเหมือนจะจำต้องออกแรงมากกว่าด้วย

ไม่ว่าจะเป็นการหลุดไปยิงมุมแคบของอดาม่า, ลูกซ้ำของ เนเกรโด้ และลูกโขกเน้นย้ำๆของ กาสตอน ราไม่เรซ

ตอนที่มิดเดิ้ลสโบรช์ได้แต้มน่าถูกใจกลับขึ้นเหนือไป อาร์เซน่อล กลับผิดหวังที่ไม่สามารถรักษาสถิติชนะรวดเอาไว้ได้

นับจากแพ้ให้ลิเวอร์พูลในเกมเปิดฤดูต่อด้วยเสมอ เลสเตอร์ หลังจากนั้นทีมของ เวนเกอร์ ชนะรวดมา 6 ครั้งติดกันแล้ว

การพบกับทีมที่กำลังป้ำๆเป๋อๆย่างโบโร่ในบ้าน แถมยังเป็นวันเกิดของ อาร์แซน เวนเกอร์ พอดีอีก แบบงี้เล่นเพื่อสังสรรค์ได้เลย

ชายวัย 67 ปีบอกว่า "อย่างต่ำคุณก็สามารถดื่มให้กับวันเกิดของตนเองได้ ถ้าเกิดคุณชนะ คุณเหมาะได้รับมัน, ถ้าเกิดแพ้ คุณอยากได้มัน"

เจ้าของวันเกิดบอกว่า พอหลังจบเกมนี้เขาคิดถึง ซานติเตียน กาซอร์ล่า กับ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เหลือเกิน

รายหลังนี่เจ็บมาพักใหญ่แล้ว ทำให้เวนเกอร์จินตนาการถึงการมีผู้เล่นแนวรุกที่สูงใหญ่ในกรอบโทษไว้คอยเป็นเป้าในเมื่อทีมครองบอลได้มากมายอย่างนี้

ส่วนรายแรกทำให้นึกภาพออกว่า กาซอร์ล่า สำคัญต่อเกมบุกของ อาร์เซน่อลมากแค่ไหน

ดาวเตะร่างเล็กชาวประเทศสเปนเจ็บเอ็นร้อยหวายมาจากเกมถลุง ลูโดโกเรตส์ แม้ไม่น่าจำต้องพักยาวแต่ว่าก็ฟิตไม่ทันเกมนี้

เวนเกอร์บอกว่า กาซอร์ล่า นั้นสำคัญต่อทีมขอองเขามาก เขานึกถึงการสร้างสรรค์ และการออกบอลเร็วจากแนวลึกที่ถูกต้องแม่นยำของลำแข้งวัย 31 ปี

โมฮาเม็ดfun888เอลเนนี่ และ ฟรองซิส ก็อกโกแล็ง ก็เล่นไม่น่ารังเกียจอะไร แต่ว่าด้วยธรรมชาติที่เน้นย้ำเกมรับเป็นหลักทั้งคู่ แนวคิดความอ่านในกระบวนการทำเกมก็ย่อมน้อยกว่ากาซอร์ล่าเป็นปกติ

เมื่อบอลมาติดอยู่กันหน้าเขตโทษที่มี อเล็กซิส, โอซิล เป็นหลักเลยจับทางได้ง่ายดายเสียยิ่งกว่า ผิดกันถ้าหากเป็น กาซอร์ล่า อยู่ยังสลับกับการเปิดจากระยะไกลกว่านั้นได้

แอรอน แรมซี่ย์ เจ็บ, กาซอร์ล่า เจ็บ, กรานิต ชาก้า เริ่มชดใช้โทษแบน, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เจ็บ (น่าจะกลับมามีชื่อได้แล้วในเกมกับเร้ดดิ้งวันอังคารนี้)

ผู้เล่นเหล่านี้มีคุณภาพแตกต่าง แต่ว่าสามารถมอบความสามารถที่เวนเกอร์อยากได้ในบางจังหวะของเกมได้

ขนาดทีมของอาร์เซน่อลนับว่ากำลังพอดี แต่ว่าหลายๆคนเรียกได้ว่าประสิทธิภาพยังไม่ถึง หรือไม่ก็ยังเด็กเกินความจำเป็น เวนเกอร์ จำต้องใส่ชื่อของ เจฟฟ์ แรน-อาเดแลด กับ เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนล์ส สองดาวรุ่งไว้บนม้านั่งสำรอง แสดงที่ตรงนี้ได้

ช่วงนี้ของฤดูนับว่าอาร์เซน่อลทำผลงานได้ไม่เลวเลย

สำเร็จเกมวันเสาร์พวกเขานำเป็นหัวหน้าฝูง แต่ว่ามันโชคร้ายตรงที่การพบทีมอันดับต่ำลงยิ่งกว่าอย่างโบโร่ มันควรจะเป็น 3 แต้มไม่ใช่แต้มเดียว

การสะดุดย่อมเกิดขึ้นกับทุกครั้งมคือเรื่องธรรดา แต่ว่าถ้าหากทีมที่จะบรรลุเป้าหมาย จำต้องบากบั่นให้มันเกิดขึ้นน้อยที่สุด

วันนี้เวนเกอร์คิดถึงการขาดหายไปของ กาซอร์ล่า และ ชิรูด์ สำรองไม่มีทีเด็ดพอ

ทรงของอาร์เซน่อลกำลังเดินทางมา โมเมนตัมกำลังเดินทางมา อย่าให้มันสะดุดย่อยยับเพราะไพ่ในมือไม่มีตัวให้ตี

เชื่อว่าแฟนปืนทุกคนไม่มีผู้ใดติดขัดถ้าว่าตลาดหน้าหนาวนี้เวนเกอร์จะช็อปผู้เล่นมีเกรดอีกสักตัวสองตัวเพื่อเข้ามาเพิ่มช่องทางการประสบความสำเร็จ

ของแบบงี้เหลือดีมากยิ่งกว่าขาด

ไม่แน่ว่าจบฤดูนี้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจเกิดขึ้นกับตำแหน่งผู้จัดการทีม

ช่องทางที่ อาร์แซน เวนเกอร์ จะได้สังสรรค์วันเกิดที่เอมิเรตส์ครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้าย

ซึ่งวันเกิดปีนี้ หลังจบเกม เวนเกอร์ อยากได้ไวน์สักแก้วมาบรรเทาอาการผิดหวังจากการเก็บได้เพียงแค่แต้มเดียว

วันนี้ดื่มปลอบใจได้ช่างเถอะ แต่ว่าเวนเกอร์ควรรู้ว่าเขาจำต้องทำอะไรที่อยู่ในตลาดนักเตะหน้าหนาวนี้เพื่อให้เขามีสิทธิ์ได้ดื่มสังสรรค์เมื่อจบฤดู

พรุ่งนี้ของจอมทัพ

เชส ฟาเบรกาส พึ่งโชว์ฟอร์มขั้นเพอร์เฟกต์นัดเฉือน ซันเดอร์แลนด์ 1-0 ทั้งการยิงประตูชัย และก็การเป็นจอมทัพในแดนกึ่งกลาง
ต้นแบบการเล่นดูแล้วเพลินตา เนียนทุกกระบวนท่า ทำให้มีปริศนาตามมาว่า ฟาเบรกาส ควรจะเป็นตัวจริงหรือยัง?
ว่ากันถึงคุณภาพ ฟาเบรกาส ไม่สมควรควรจะเป็นสำรองอยู่แล้ว มีความเป็นเพลย์เมกเกอร์เต็มเปี่ยม เพียงสไตล์การเล่นดูไม่เข้าแท็กติก อันโตนิโอ คอนเต้ โดยเฉพาะประเด็นการช่วยเกมรับ
ตอนที่เล่นแท็กติก 4-1-4-1 คอนเต้ วางบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับมีหน้าที่วิ่งตัดเกม (เอ็นโกโล่ ก็องเต้) ส่วนอีก 2 คน เป็นแถวครบเครื่อง รุกดี ยอมรับได้ วิ่งไม่หมด หรือที่เรียกกันเคยชินว่ากองกลางสไตล์ "บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์" (ออสการ์ และก็ เนมานย่า มาติเตียนช)
ฟาเบรกาส มิได้เป็นทั้งนักเตะที่เกมรับดี และไม่ได้วิ่งอัดเต็มสตรีม ทำให้ไม่มีตำแหน่งในแท็กติกนี้ อีกทั้งเมื่อกลุ่มแปลงมาใช้ 3-4-3 ยิ่งไปกันใหญ่
ตอนที่เล่น 4-1-4-1 อย่างห่วยคือได้ลงเป็นตัวสำรองคนแรก แม้กระนั้นเมื่อแปลงแผน คอนเต้ มักให้โอกาส เนธาเนียล ชาโลบาห์ มากยิ่งกว่าด้วย เนื่องจากว่าเล่นเกมยอมรับได้ ช่วงท้ายเกมเหมาะสมเอาลงมาช่วยอัดแผงมิดฟิลด์
ฟาเบรกาส จะได้ลงก็เมื่อมีผู้บาดเจ็บ หรือกลุ่มเริ่มสร้างโอกาสทำประตูมิได้ จำเป็นต้องแปลงเอามิดฟิลด์ที่มีหัวเรื่องเกมบุกลงมาผ่านบอลสร้างโอกาส
ไม่ว่า ฟาเบรกาส จะโชว์ฟอร์มดีขนาดไหน เป็นต้นว่าลงมาแอสซิสต์ให้ ดีเอโก้ คอสต้า นัดพบ วัตฟอร์ด กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้กระนั้นเมื่อเหตุการณ์กลับกลายเป็นแบบเดิม ปลอดคนเจ็บ ปลอดคนเจ็บป่วย ฟาเบรกาส มักจำเป็นต้องกลับไปเริ่มที่ผู้เล่นสำรองทุกครั้ง
แต่ สิ่งที่น่าดึงดูดคือนัดพบ ซันเดอร์แลนด์ ถือเป็นหนแรกที่ ฟาเบรกาส ได้ลงไปในสนามโดยไม่ต้องคอยให้มีคนใดกันแน่เจ็บหรือฟอร์มตก เป็นแมตช์ที่สัมผัสได้ว่า คอนเต้ เชื่อถือในฝีเท้าจอมทัพชาวสแปนิช
ผมเห็นว่า คอนเต้ น่าจะอ่านต้นแบบการเล่น ซันเดอร์แลนด์ มาแบบหมดเปลือก กลุ่มแมวดำมิได้เน้นเกมเพรสซิ่งเท่าใด เห็นได้จากสถิติการวิ่งที่อยู่ชั้น 16 ของลีก รวมถึงในระยะหลัง เชลซี เริ่มมีปัญหาเวลาเจอกลุ่มที่เน้นเกมรับ จำเป็นต้องเพิ่มมิดฟิลด์ประดิษฐ์เกม ด้วยเหตุนี้ ฟาเบรกาส ดูเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมเวลาเจอกลุ่มที่ เชลซี จำเป็นต้องบุกแบบวันเวย์
สถิติไม่เคยโกหกคนใดกันแน่ นัดไหนที่ เชลซี ได้เปรียบหลายเท่า และก็จำเป็นต้องครองบอลนวดคู่ต่อสู้ ฟาเบรกาส มักเล่นได้น่าพึงพอใจเสมอ โดยเฉพาะนัดที่พบ ซันเดอร์แลนด์ เรียกได้เต็มปากว่าขั้นเทพ ผ่านบอลมากสุดในเกมที่ 117 ครั้ง แถมเข้าเป้าถึง 85.5 เปอร์เซ็นต์
มากไปกว่านั้น ฟาเบรกาส มิได้ผ่านบอลกระจอกทั่วๆไป เนื่องจากว่าเป็นการผ่านบอลขึ้นหน้า 79 ครั้ง (มากสุดในเกม) และก็ผ่านบอลเพื่อสร้างโอกาสทำประตู 5 ครั้ง (มากสุดในเกม)
ฟาเบรกาส เป็นราวกับศูนย์กลางของกลุ่ม นอกจากจะผ่านบอลมากสุดแล้ว ยังเป็นนักเตะที่เพื่อนร่วมกลุ่มผ่านบอลให้มากสุดด้วยที่ 108 ครั้ง ไม่มีคำจำกัดความใดที่ดีไปกว่าคำว่า "โคตรเพลย์เมกเกอร์"
ลองมาดูสถิติเกมอื่นดูบ้าง นัดที่พบ เวสต์บรอมวิช ได้เล่นเนื่องจากว่ากลุ่มต้องการเกมบุกเช่นเดียวกัน ปรากฏว่าอยู่ในสนามเพียงแค่ 16 นาที ผ่านบอลไป 21 ครั้งFun88โดยไม่มีการผ่านคืนหลังแม้กระทั้งคราวเดียว ส่วนช่วงต้นฤดูกาลที่พบ วัตฟอร์ด ลงเล่น 12 นาที ผ่านบอลล่อไป 20 ครั้ง
อย่างไรก็ดี ของแบบงี้ถ้าหากจะเทียบสถิติ จำเป็นต้องเอาแบบเป็นกลาง เลยเอาเกมที่ เชลซี มิได้เน้นเกมบุกดูบ้าง

เห็นได้ชัดสุดคือตอนพบ แมนฯ ซิตี้ เล่นครบ 90 นาที แม้กระนั้นผ่านบอลทั้งเกมเพียงแค่ 50 ครั้ง ซึ่งต้นเหตุไม่ใช่เรื่องอื่นไกล ผู้ร่วมทีมของ โจเซป กวาร์ดิโอล่า เน้นเพรสซิ่งหนัก เป็นกลุ่มที่วิ่งมากสุดชั้น 2 ซีซั่นนี้
แมตช์ที่พบ อาร์เซน่อล เช่นเดียวกัน เล่นไป 55 นาที ผ่านบอล 40 ครั้ง แถมช่วยเกมยอมรับได้น้อยมาก สถิติออกมาว่า 1 แท็กเกิล 1 อินเตอร์เซปต์
พิจารณาจากเบื้องต้น ดูท่า ฟาเบรกาส อาจมีบทบาทมากสุดคือนักเตะพลิกเกม เนื่องจากว่าในเมื่อยังช่วยเกมยอมรับได้น้อย คงเป็นได้ยากที่จะแทรก ก็องเต้ และก็ มาติเตียนช ที่เล่นได้ดุเดือด ครบเครื่อง แถมกรณีของ มาติเตียนช ยังผ่านบอลดีแตกต่างจากปกติด้วย ฤดูกาลนี้แอสซิสต์ไป 6 ครั้ง
แต่ ใช่ว่า ฟาเบรกาส จะไม่มีโอกาสแย่งตัวจริง แม้ดูจากเหตุการณ์ของ เชลซี ที่ฟอร์มดีชนะ 10 นัดรวด
เชลซี ณ เวลานี้คือกลุ่มที่อยู่ในสภาพเดียวกับ แมนฯ ซิตี้ และก็ ลิเวอร์พูล ที่แม้เจอกลุ่มอ่อนชั้นกว่า มักเจอเหตุการณ์รถบัส จำเป็นต้องให้ความเอาใจใส่เรื่องหาทางเจาะกำแพงเหล็กเป็นพิเศษ
3-4-3 คือแผนการเล่นที่ดีเกินคาด และไม่ประหลาดใจที่หลายทีมบากบั่นหาทางยั้ง บ้างก็ใช้เพชรตัดเพชร เอาแท็กติกเดียวกนมาสู้ ไม่ก็เน้นเกมรับสุดกู่ไปเลย
วิเคราะห์จากโปรแกรมอีกยาวไกล 22 นัด เชลซี เหลือโปรแกรมที่เข้าขั้นเกมหนักราว 7 นัด ส่วนที่เหลือแล้ว 15 นัด มีความเป็นไปได้ว่า ฟาเบรกาส อาจได้รับโอกาสลงมาบัญชาการเกมราวกับแมตช์พบ ซันเดอร์แลนด์
ไม่ว่ายังไง ฟาเบรกาส ยังมีประโยชน์ต่อกลุ่ม รวมถึงเจ้าตัวยังมั่นใจเรื่องบทบาทตนเองด้วย หลังให้สัมภาษณ์ว่าต้องการอยู่กลุ่มต่อไป และก็เริ่มเคยชินแท็กติก 3-4-3 เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (เล่นตัวจริงไปแล้ว 2 นัด)
จุดนี้จำเป็นต้องชื่นชอบความเป็นมืออาชีพของ ฟาเบรกาส แม้จะโดนดร็อปเป็นสำรอง แม้กระนั้นหลายคราวที่ได้รับโอกาสมักทำได้ดี แถมบทสัมภาษณ์ดูเป็นผู้แสดงนำชายตลอด ไม่เคยติเตียนกลุ่ม ไม่เคยกล่าวถึงคอนเต้
ฟาเบรกาส มีสิทธิ์ที่จะย้ายกลุ่มตั้งแต่ตอนซัมเมอร์ หลังจากกลุ่มมิได้โควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แม้กระนั้นในที่สุดเลือกอยู่กับกลุ่มต่อไป หัวข้อนี้น่าจะเพียงพอยืนยันได้ว่าจอมทัพสแปนิชคงไม่ยอมแพ้ง่ายเกินเหตุ
ใจความสำคัญที่น่าดึงดูดตามมาคือเมื่อเจอกลุ่มที่เน้นเกมรับ คอนเต้ จะเลือกคู่มิดฟิลด์ตัวจริงเป็นคนใดกันแน่?
นัดล่าสุดใช้ ก็องเต้ เพื่อผลดีประเด็นการวิ่งไล่บอล เบรกเกมคู่ต่อสู้ก่อนหลุดไปถึง 3 เซนเตอร์ฮาล์ฟ อีกทั้งยังทำผลงานได้เพอร์เฟกต์ สกัดบอลเสร็จ 5 ครั้ง และก็ตัดบอลได้ 2 ครั้ง
มาติเตียนช เองก็เล่นได้ดิบได้ดี นอกจากแอสซิสต์ 6 ครั้ง และก็เกมรับที่เด่นโดยธรรมชาติ มาติเตียนช ยังมีรูปร่างสูงใหญ่ ช่วยลูกกลางอากาศได้ ซึ่งแม้กลุ่มเลือกใช้ตัวจริงเป็น ก็องเต้ ที่สูง 169 ซม. และก็ ฟาเบรกาส 175 ซม. อาจพบเจอปัญหาเวลาคู่ต่อสู้เน้นบอลโยน หรือเข้าเกมหนัก
ในทางตรงกันข้าม แม้เปลี่ยนเป็น มาติเตียนช ที่เป็นตัวจริงคู่ ฟาเบรกาส ราวกับตอนได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 ปีกลาย แดนกึ่งกลาง เชลซี จะมีแม้กระนั้นมิดฟิลด์ที่ยืดยาด ง่ายต่อการโดนสวนกลับเมื่อเล่น 3-4-3
ยิ่งคิดยิ่งปวดศรีษะ คอนเต้ เองก็คงคิดหนักเช่นเดียวกัน หรือแม้ยอมเสี่ยงด้วยการเปลี่ยนมาเล่น 3-5-2 เพื่อเพิ่มตำแหน่งมิดฟิลด์ อาจทำให้เกมขอบเส้นดร็อปลงด้วย

11 นัดสุดท้าย

เสียงร้องแฟนบอลเชลซีดังลั่นสนามโอลิมปิก ''เรากำลังจะคว้าแชมป์ลีก''

แม้ อันโตนีโอ คอนเต้ ไม่เห็นด้วยแล้วก็ยังไม่หวั่นไหวกับสิ่งนี้ "ผมยังไม่คิดไกลขนาดนั้น ขอ 26 แต้มที่เหลือโน่นคือจุดมุ่งหมาย"

บอกอย่างงี้คือพร้อมเป็นแชมป์นั่นแหละครับ

เชลซีเปิดศึกลอนดอน ดาร์บี้ อันเป็นเยี่ยมในเหตุผลที่ว่าเพราะเหตุไรกลุ่มจากลอนดอนมักมีปัญหาเรื่องการลุ้นแชมป์ลีก ด้วยเหตุว่าพวกเขามีกลุ่มตัดแต้มอย่างน้อยปีละ10 นัดหมาย

เพื่อนๆในลอนดอนมีมาตรฐานระดับค่อนข้างไม่ดีทีเดียว พร้อมตัดแต้มได้ทุกที จะในหรือนอกบ้านเรียกว่ามันคืองานยากสำหรับการลุ้นแชมป์ของกลุ่มในลอนดอนสักครั้งมหนึ่ง เว้นแต่เจอศึกนอกเมืองแล้ว ในเมืองนี่แหละสำคัญไม่แพ้กัน

เชลซี เป็นกลุ่มที่ทำสถิติชนะในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ สูงที่สุด 118 ครั้ง เยอะที่สุดในบรรดากลุ่มร่วมมหานครใหญ่ มากยิ่งกว่าอาร์เซนอล 1 นัดหมาย รวมทั้งนี่บางทีอาจเป็นเหตุผลหลักสมัย โชเซ มูรินโญ เข้ามาดำเนินการ

จัดแจงเก็บคะแนนลอนดอน ดาร์บี้ เสียก่อน

เวสต์หมูแฮม, อาร์เซนอล, สเปอร์ส, คริสตัล พาเลส คราวก่อนมีฟูแล่มแถมมาอีก ในเวลานี้กลุ่มลอนดอนในลีกสูงสุดมี 5 กลุ่มและเชลซีด้วย ฝั้งเหนือก็สเปอร์ส, อาร์เซนอล ฝั่งตะวันออก เวสต์หมูแฮม ตะวันออกเฉียงใต้ คริสตัล พาเลส

ส่วนวัตฟอร์ด ไม่ใช่ทีมจากลอนดอน….เป็นเมืองเล็กๆอยู่ติดลอนดอนตอนเหนือ ไม่ไกลจากเวมบลีย์ จะกล่าวว่าเป็นคล้ายๆรังสิต อาจคิดภาพออกนะครับ

ด้วยเหตุดังกล่าว 8 นัดหมายใน 4 กลุ่มที่จำเป็นต้องเจอคือ 24 แต้ม

เชลซี เก็บแต้มยากจากลอนดอน ดาร์บี้แล้วทั้งมวล 15 แต้มจากชัยชนะ 5 แพ้ 2 เป็นแพ้อาร์เซนอล 0-3 แพ้สเปอร์ส 0-2 แต่แพ้สองทีมนี้พวกเขาก็วนกลับมาชนะ พอๆกับไม่ได้ไม่เสีย ส่วนอีกสามนัดหมายชนะพาเลส, เวสต์หมูแฮม ไปกลับ เหลือเกมท้ายที่สุดในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ จะยากหรือง่ายสังกัดแต้มครั้ง Posted in Uncategorized - Tagged

เชลซีแค่สะดุด

ความพ่ายแพ้ของเชลซีต่อ คริสตัล พาเลส เป็นเรื่องเกิดขึ้นได้ เพียงแต่ว่ามันน่าจะเป็นแค่เกมเดียวที่เรียกว่า one off แพ้แล้วแพ้ไป…กลับมาชนะได้ทันที สถานะการณ์ในเวลานี้คือนำสเปอร์ส 7 แต้มแข่งขันเท่ากันเป็นทีมสเปอร์สที่คือผู้ท้าแข่งตัวจริงมากยิ่งกว่าทุกครั้งม จังหวะไม่เป็นใจที่โปรแกรมมาแข่งขันพร้อมคืนวันพุธ …คือถ้าเกิดสเปอร์สเตะก่อนแล้วชนะ แต้มเหลือ 4 น่าจะทำให้เกมคู่เชลซีต้อนรับการมาเยือนของแมนฯสิตี้ เข้มข้นยิ่งนัก
แต่เมื่อโปรแกรมออกมาอย่างนี้แล้วนำ 7 แล้วเตะวันเดียวกันก็ลุ้นกันไปสองสนาม ที่สำคัญเกมนี้หลายทีมร่วมลุ้นกับเชลซีด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล และก็แมนฯยูไนเต็ด คือเชียร์ให้เชลซีปิดบัญชี เรือใบสีฟ้าไปเลย
ว่ากันถึงสถานะการณ์ของเชลซีก่อนลงไปในสนามนัดหมายนี้ก็มีความกดดัน ความเคร่งเครียดกันบ้าง ภายหลังปราชัยคริสตัล พาเลส คาบ้าน มันราวกับมีอะไรมากระตุกต่อมสู้ของเชลซี ไม่ให้ต่ำลงไป นี่คือดีที่แต้มนำ 10 ทำให้ความพ่ายแพ้ในลักษณะอย่างนี้ มันเป็นเชิงบวกมากยิ่งกว่าลบ
แพ้นัดหมายเดียว..อย่างที่บอก เกมนี้อาจพบทีมใหญ่อย่างแมนฯสิตี้ แต่เอาเข้าจริงๆจุดบอดของสิตี้ มากเลย และก็เชลซี ก็ไม่จำต้องเล่นเพื่อชนะ เล่นรัดกุม รอคอยตีหัวเข้าบ้าน เพื่อสามคะแนน ง่ายยิ่งกว่า
หากย้อนไปดูผลงานในเกมที่แพ้พาเลส อาจจะโทษคนใดกันมิได้นอกเหนือจากเกมรับของตนที่ เสียสมาธิและก็คลอดประมาท วิลฟรีด ซาฮา กับ เบนเตเก้ มากเกินความจำเป็น
ทั้งเกมเชลซีได้โอกาสซัดประตูตั้ง 24 ครั้งเข้ากรอบ 11 แต่ได้มา 1 ส่วนพาเลส ยิงไป 8 เข้ากรอบ 3 เป็นสองประตู เกมอย่างนี้มันมีเกิดขึ้นแน่ๆปัญหาที่ อันโตนีโอ คอนเต้ จำต้องปรับก่อนรับมือกับเกมรุกสุดอันตรายจากแมนฯสิตี้คือ…อย่าพลาดท่าเสียประตูก่อนเดี๋ยวจะกดดันตนเองเปล่าๆเกมที่เจอกับพาเลส มันคือความกดดันอย่างหนึ่งที่ดันไปเสียประตู 2-1 แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ฉะนั้นเกมนี้ คอนเต้ จำเป็นจะต้องปรับจูนเกมรับใหม่เพื่อรัดกุม ไม่พลาดและไม่เสีย ด้วยเหตุว่าจะว่าไปเกมรับเชลซีอย่างไรก็ยังดูเหนียวกว่าแมนฯสิตี้ เยอะแยะ ฉะนั้นเกมนี้ คอนเต้ คงจะกลับไปยึดสูตรการเล่นแบบเดิมคือใช้กลางรับสองคน กองเต้ จะยืนคู่กับ มาติเตียนชหรือ ฟาเบรกาส ซึ่งนัดหมายที่แพ้พาเลส ส่งพร้อมสามคนเลย เชสก์ดันขึ้นไปสูงหน่อย…
นัดหมายนี้อาจจำเป็นจะต้องส่ง วิลเลียน ลงมาเล่นเกมนี้พร้อมกับ เปโดร และก็ เอดินแดน อาซาร์ โดย คอสต้า ค้ำหน้า แนวรับชุดเดิม แค่ปรับนิสัยผู้เล่นในดินแดนกลางแค่นั้น ผมทายใจดวงใจ คอนเต้ ว่าคงจะเลือก ฟาเบรกาส เล่นกับ กองเต้ ด้วยเหตุว่า ฟาเบรกาส เปิดบอลยาวแม่นกว่า มาติเตียนช

การเล่นจังหวะสวนกลับอย่างนี้ ฟาเบรกาส เป็นประโยชน์ ด้วยเหตุว่าอย่างไร แมนฯสิตี้ ไม้่มีลู่ทางและก็ทีมเป๊ป อาจจะจำต้องเล่นเกมรุกเข้าพบ หรือไม่ก็ถอยคุมโซน ถ้าเกิดถอยก็เข้าทางเชลซี ที่จะเล่นเกมไปตามจังหวะ แม้กระทั่งบุกเข้าพบยิ่งเข้าทางตอบโต้กลับเชลซีเพิ่มมากขึ้น
ไม่ว่าเป๊ป จะเลือกคนใดกันลงไปในสนาม ออตาเมนดี, สโตน, คลิชี, ซาบาเลต้า ท่ีคงจะวิ่งลงไปในสนามแทน นาบาส ที่นัดหมายก่อนเป็นหามขวา เกมนี้ดินแดนกลางอาจจำเป็นจะต้องใช้ ยายา ตูเร ลงเล่นกับ แฟร์นานดินโญ ในเวลานี้สลากกินแบ่งในเกมรุกจะไปออกที่คนใดกันจำต้องนั่งดู
ดาบิด สิลบา, ราฮีม สเตอริง ที่นัดหมายก่อนเบาๆไป เลอรอย ซาเน ทอปฟอร์ม และก็ เควิน เดอ บรอยน์ คือหัวใจเกมรุกของทีม กุน อเกรโร หน้าเป้าเหมือนเดิม ถ้าเกิดให้ทายใจดวงใจ เป๊ป คงจะพัก สิลบา ด้วยเหตุว่าตำแหน่งอาจจะทับกับ เดอ บรอยน์ เพราะเกมนี้จำต้องส่ง ยายา ตูเร ลงมาช่วยเกมดินแดนกลางนั้นเองครับ
จัดแบบไหน…แนวคิดของ เป๊ป อาจจะเฝ้าบ้านมิได้ละครับ จำต้องออกมาเดินเกมรุกใส่เชลซี ด้วยเหตุว่าพวกเขาอยากได้ชัยชนะมากยิ่งกว่า อยากได้ยิงประตู ถ้าเกิดมัวแต่คุมโซน รักษาเชป เอาไว้ในดินแดน ดูท่าว่าไม่น่ารอคอย
เป๊ป คงจะย้ำเกมพาสสิง เข้าพบบุกเข้าใส่ วัดกับเชลซี ฉะนั้นจุดนี้จึงเป็นการแย่งชิงพื้นที่ดินแดนกลางว่าคนใดกันจะคุมเกมได้มากยิ่งกว่า
กองเต้ คู่ ฟาเบรกาส ปะทะ กลางรุกของสิตี้หมายถึงเดอ บรอยน์ และก็จะมี ยายา ตูเร ดันขึ้นมา ส่วนแฟร์นานดินโย จำเป็นจะต้องเจอกับ อาซาร์ ให้ปวดหัวเล่น งานนี้สู้กันถึงพริกถึงขิง และก็เกมมีแนวโน้มจะออกมาถึงใจถึงอารมณ์อย่างแน่นอนถ้าเกิดเล่นเกมออกมาแนวนี้…เชลซี คงจะชิงเหลี่ยมของเกมไว้ได้ดีมากยิ่งกว่า
ชั่วโมงนี้ไม่ใช่ว่า แมนฯสิตี้ ไม่สามารถเจาะแนวรับเชลซีได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ สโตน กับ ออตาเมนดี ไม่น่าจะรับมือกับ คอสต้า และก็ อาซาร์ ได้อยู่ นั่นรวมทั้ง เปโดร กับ วิลเลียน ที่หวือหวา เร็ว จุดตัดสินแพ้ชนะเกมนี้คงจะอยู่ที่เกมรับสองฝั่งมากยิ่งกว่าเกมรุก
คล้ายกับที่ลิเวอร์พูลเสมอแมนฯสิตี้ ซึ่งเกมรับพลาดทั้งสองฝั่ง แต่เกมรุกไม่เด็ดขาดเอง ปิดบัญชีกันมิได้ แต่เกมนี้มีความต่างตรงที่ เกมรับเชลซี รัดกุมกว่าเด็กหงส์ และก็รัดกุมกว่า เรือใบ ที่ตรงนี้คืองานยากของ เป๊ป เมื่อมองดูมายังเกมรับของตนที่พึ่งพิงเสียให้ปืนไปสองลูก
รับรองว่า…นัดหมายนี้มีเสียประตูให้เชลซีแน่ๆครับ แล้วถ้าเกิดซะก่อน ผมเชื่อว่าเที่ยวนี้จะไม่พลาดเมหือนนัดหมายล่าสุดอีกแล้ว นั่นคือการเสียสถิติที่นำก่อนแล้วแพ้ในเกมเป็นครั้งแรก แต่คราวนี้ถ้าเกิดเชลซี นำก่อน
จุดที่น่าดึงดูดคือ เป๊ป จะทำให้เกมรับของพวกเขาหรือการจัดระบบเกมรับ รัดกุมสูงที่สุดได้ยังไง คอสต้า, อาซาร์, วิลเลียน, เปโดร แถมด้วย ฟาเบรกาส ขึ้นเพิ่มเติมเมื่อรุก ดูผลงานในลีกแล้วจำต้องยอมรับว่าเกมรับของทุกครั้งมโดนกันหมดถ้วนหน้า ฉะนั้น เป๊ป จำต้องติวเข้มการเล่นเกมรับเพื่อรับมือกับมหันตภัยในเกมรุกของเชลซีที่เอ่ยนามมาทั้งปวง

แล้วมุมอื่นมีอะไรอีกมั้ย ผมมีความคิดว่าอาจจะไม่มีโชคชะตา หรือการตัดสินผิดพลาดอะไรมามีผลต่อเกมนี้ มันสู้กันด้วยแทกติเตียนกของโค้ชสองฝั่ง และก็ผมเห็นว่า คอนเต้ จำต้องจักจี้จุดบอดแมนฯสิตี้ คือทำยังไงก็ได้ให้มีพื้นที่ มีช่องว่าง และก็ตอกย้ำซ้ำเติมความไม่รอบคอบที่เกิดขึ้นตลอดทั้งซีซั่น 32 ลูกที่เสียไปเฉลี่ยโดนนัดหมายละหนึ่งลูกแน่ๆแล้วเป็นทีมในกลุ่มทอปที่เสียประตูมาก…แค่เสียน้อยกว่าเด็กหงส์เพียงเท่านั้น ซึ่งนับได้ว่าเป็นตัวเลขที่ไม่เหมาะกับการประสบความสำเร็จอะไรเลย เมื่อเกมรับยังไม่ถ้วนถี่ขนาดนี้ แม้กระทั่งพื่้นที่ ชปล. อาจจะวืดได้